16 Sat , December 2017
facebook youtube facebook   |   Tel : 0816558262

สตรอเบอรี่

สตรอเบอรี่ราชินีของผลไม้ทั้งปวง

จุดกำเหนิดของการปลูกสตรอเบอรี่ในประเทศไทยนั้น เริ่มต้นเมื่อปี พ.ศ 2477 โดยชาวอังกฤษเป็นผู้นำพันธุ์สตรอเบอรี่เข้ามาปลูกและแพร่ขยายพันธุ์ในจังหวัดเชียงใหม่ ต่อมาถูกเรียกว่าพันธุ์พันธุ์สตรอเบอรี่นี้ว่า พันธุ์พื้นเมือง เนื่องจากมีผลขนาดเล็ก ผลผลิตน้อยไม่ดกและรสชาติไม่ดี และต่อมาเมื่อมีการนำพันธุ์สตรอเบอรี่พันธุ์ใหม่เข้ามาปลูกโดยมูลนิธิโครงการหลวง  ซึ่งให้ผลผลิตที่ดีกว่าจึงเรียกพันธุ์ที่ชาวอังกฤษนำเข้ามาครั้งแรกว่า สตรอเบอรี่พันธุ์พื้นเมือง

 

ในปี พ.ศ 2512 มูลนิธิโครงการหลวงได้ก่อนตั้งขึ้น เพื่อแก้ไขวิกฤตการณ์ของการปลูกฝิ่นในที่ราบสูงของภาคเหนือ ในปี พ.ศ  2517 สตรอเบอรี่เป็นไม้เมืองหนาวชนิดหนึ่งที่ถูกนำมาปลูกและพัฒนาสายพันธุ์เพื่อให้ปลูกในพื้นที่ราบสูงของภาคเหนือได้ เนื่องจากมีอากาศที่หนาวเย็นในช่วงฤดูหนาว เหมาะแก่การปลูกไม้เมืองหนาว ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นส่งผลให้มีพืชผักผลไม้มืองหนาวมากมายในปัจจุบัน เพราะถ้าหากไม่นำพันธุ์พืชผักผลไม้เมืองหนาวมาส่งเสริมให้ชาวเขาปลูก ก็ยากที่จะโน้มน้าวให้เลิกปลูกฝื่นได้  

ใน 2535 สตรอเบอรี่เริ่มได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายไม่ว่าจะเป็นการบริโภคภายในประเทศ ผู้บริโภคภายในประเทศรู้จักและนิยมการทานสตรอเบอรี่มากขึ้นและประกอบกับตลาดภายนอกประเทศก็ให้ความนิยมสตรอเบอรี่สูงขึ้นเช่นกัน

เกษตรกรให้ความสนใจในการปลูกสตรอเบอรี่แพร่หลายมากขึ้นจากแรกเริ่มเดิมทีนิยมปลูกสรอเบอรี่เฉพาะบนพื้นที่ภูเขาสูงในจังหวัด เชียงราย เชียงใหม่ แต่ได้มีการเริ่มปลูกสตรอเบอรี่ในบริเวณพื้นราบในจังหวัด เชียงใหม่ อำเภอสะเมิง อำเภอแม่ริม อำเภอจอมทอง และอำเภอฝาง 

ถึงแม้ผลผลิตสตรอเบอรี่จะไม่ดกและขนาดของผลสตรอเบอรี่จะไม่เท่ากับพื้นที่ปลูกสตรอเบอรี่บนภูเขา แต่ก็สามารถจำหน่ายได้ราคาต่อกิโลกรัมที่แพงกว่า เนื่องจากสตรอเบอรี่ตั้งแต่เริ่มปลูกช่วงแรกจนถึงปัจจุบันนี้ ผลผลิตของสตรอเบอรี่ไม่เคยเพียงพอกับความต้องการของผู้บริโภคภายในประเทศ

ในจังหวัดเชียงราย โดยเฉพาะที่อำเภอแม่สายจังหวัดเชียงราย ตามสอง ข้างทางก่อนที่จะเข้าตัวอำเภอแม่ส่ายจังหวัดเชียงราย สองข้างทางจะเต็มไปด้วยร้านขายผลสตรอเบอรี่สดสีแดงๆเต็มสองข้างทาง ในอำเภอใกล้เคียงอำเภอแม่ส่ายเช่นแม่จัน เชียงแสน มีการปลูกสรอเบอรี่ประปรายแต่ไม่มากเมือเทียบกำอำเภอแม่ส่าย

ในปัจจุบันสตรอเบอรี่ได้รับความนิยมมากขึ้น ไม่ได้ปลูกเฉพาะในเขตภาคเหนือเท่านั้น ในภาคอีสาน และ ภาคตะวันตก และในภาคกลางบางจังหวัดที่มีเขตรอยต่อใกล้กับภาคเหนือก็นิยมปลูกสตรอเบอรี่กันอย่างแพร่หลายมากขึ้นในปัจจุบัน

ถึงแม้ผลผลิตจะไม่ดกและขนาดของผลสตรอเบอรี่จะไม่ใหญ่เท่ากับพื้นที่บนภูเขาก็ตาม แต่ก็สามารถจำหน่ายได้ในราคาต่อกิโลกรัมที่แพงกว่า เนื่องจากสตรอเบอรี่ตั้งแต่เริ่มปลูกช่วงแรกๆจนถึงปัจจุบันนี้ ผลิตของสตรอเบอรี่ไม่เคยเพียงพอกับความต้องการของผู้บริโภคภายในประเทศ

สตรอเบอรี่สายพันธุ์ต่างๆที่โครงการหลวงนำเข้ามาและพัฒนาสายพันธุ์ส่งเสริมให้เกษตกรปลูก

พันธุ์พระราชทาน 13 หรือพันธุ์เคมบริดจ์เฟเวอริส ,  พันธุ์พระราชทาน 16 หรือพันธุ์ไทโอก้า , พันธุ์พระราชทาน 20 หรือพันธุ์สีคะโวยะ , พันธุ์พระราชทาน 50 หรือพันธุ์บี 5 ,  พันธุ์พระราชทาน 70 หรือพันธุ์โตโยนากะ ,  พันธุ์พระราชทาน 72 หรือพันธุ์โทชิโอโทม , พันธุ์ 329 , พันธุ์พระราชทาน 80 ,  พันธุ์พระราชทาน 88

พันธุ์พระราชทาน 80 คือพันธุ์ที่เกษตกรปลูกมากที่สุดในตอนนี้ ซึ่งก่อนหน้านี้เกษตกรนิยมปลูกพันธุ์ 329 ควบคู่กันกับพันธุ์ พระราชทาน 80 เนื่องจากผิวจะหนากว่าทนกว่าการขนส่งทางไกลได้ดีกว่าพันธุ์พระราชทาน 80 แต่ไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้เกษตกรลดการปลูกพันธุ์ 329 เนื่องจากประสบปัญหาเรื่องโรคระบาดเรื้อรัง

พันธุ์พระราชทาน 88 คือพันธุ์ที่โครงการหลวงพัฒนาล่าลุดเพื่อให้เกษตรกรปลูกแก้ไขปัญหาสายพันธุ์ก่อนหน้านี้เช่นพันธุ์ 80 ที่มีรสชาติอร่อยแต่ผิวบางไม่ทนต่อการขนส่งทางไกลได้ แต่เกษตรกรยังไม่นิยมปลูกเพราะยังไม่มีทักษะในการดูแลสตรอเบอรี่สายพันธุ์ใหม่เนื่องจากการปลูกสตรอเบอรี่จะมีงบลงทุนต่อไร่ค่อนข้างสูง การที่จะปลูกสตรอเบอรี่สายพันธุ์ใหม่ๆที่ไม่เคยปลูกมาก่อนในจำนวนมาก จึงมีความเสี่ยง ดังนั้นเกษรตกรจะทดลองปลูกพันธุ์ใหม่จากน้อยไปหามาก เมื่อได้ผลดีอัตราผลผลิตต่อไร่สูงเป็นที่น่าพอใจ และตลาดต้องการก็จึงค่อยๆเพิ่มจำนวนการปลูกพื้นที่ปลูกตามที่ตลาดต้องการ