18 Thu , January 2018

เชื้อคลอสตริเดียม โบทูลินัม

เชื้อคลอสตริเดียม โบทูลินัม Clostridium botulinum

เป็นแบคทีเรียแกรมบวก มีรูปร่างท่อน สร้างสปอร์และทนต่ออุณหภูมิ 100 °C         ได้นานถึง 5-10  ชั่วโมง   ดำรงชีวิตได้ที่อุณหภูมิ 30-37 °C     ในสภาวะที่ไม่มีอากาศ(Anaerobic bacteria )พบได้ในสิ่งแวดล้อม เช่น ดิน และน้ำ ในระดับ pH ที่ต่ำกว่า 4.6 สามารถยับยั้งการเจริญของสปอร์ได้ เรามักจะพบแบคทีเรียชนิดนี้ได้ทั่วไปในธรรมชาติ ทั้งบนบกและในน้ำ

สามารถดำรงชีวิตได้ดีในสิ่งแวดล้อมที่เป็นกรดอ่อนๆ (pH อยู่ในช่วง 4.8 – 7)แบคทีเรียชนิดนี้มีความสามารถในการแพร่จากบริเวณหนึ่งไปยังอีกบริเวณหนึ่งได้ง่าย ตัวอย่างเช่น
จากการปนเปื้อนในดินที่ใช้ในการเพาะปลูกพืช และอาจมาจากเศษดินที่ติดมากับผลิตผลทางการเกษตรต่าง ๆหรือในลำไส้ของสิ่งมีชีวิตต่าง ๆ แต่แบคทีเรียนี้จะสามารถผลิตสารพิษ botulinum toxin
ได้เฉพาะช่วงที่สร้างสปอร์ ซึ่งจะเกิดแค่ในภาวะที่ไม่มีออกซิเจนเท่านั้น
Nitrosomonas
เป็นแบคทีเรียที่มีความสำคัญในการตรึงไนโตรเจนของพืช ในวัฏจักรไนโตรเจน เป็นสิ่งมีชีวิตในกลุ่ม
Aerobic Bacteria ใช้ออกซิเจนในการดำรงชีวิต เพื่อทำการย่อยสลายแอมโมเนีย ให้เป็น ไนไตรท์ (NO 2 )
ซึ่งไนไตรท์ถึงจะมีความรุนแรงไม่เท่าแอมโมเนีย แต่ก็ยังเป็นพิษต่อสิ่งมีชีวิตหลาย ๆ ชนิดอยู่ดี
แบคทีเรียชนิดนี้จะอาศัยอยู่ใน pH ช่วง 6.0-9.0 และมีอุณหภูมิอยู่ในช่วงระหว่าง 20 - 30 °C
แบคทีเรียหลายชนิดในสกุลนี้ส่วนใหญ่ เคลื่อนที่ได้โดยมี flagellum

อะโซโตแบคเตอร์

เชื้ออะโซโตแบคเตอร์ Azotobacter sp.

เป็นจีนัสของแบคทีเรียที่สามารถเคลื่อนที่ได้ เป็นแบคทีเรียที่มีผนังหนา รูปร่างไม่เสถียร ย้อมติดสีแกรมลบ และสามารถผลิตเมือกจำนวนมาก ใช้ออกซิเจนในการดำรงชีวิต (Aerobic Bacteria) อาศัยอยู่อย่างเป็นอิสระในดิน มีหน้าที่สำคัญในการตรึงไนโตรเจน ใช้เป็นส่วนประกอบของปุ๋ยชีวภาพ ในดินจะมีเชื้ออะโซโตแบคเตอร์อยู่หลายชนิดและมีปริมาณขึ้นอยู่กับคุณภาพของดินและสิ่งแวดล้อมในบริเวณ
นั้น ๆ แต่จะพบมากที่สุดในบริเวณรากของพืช โดยทั่วไปแล้วเชื้อแบคทีในกลุ่มอะโซโตแบคเตอร์จะไม่อาศัยอยู่ที่ผิวรากของพืชแต่จะมีมากในเขตรากพืช (rhizosphere) ในพืชบางชนิดรากพืชจะขับสารออกมา (root exudate) ซึ่งมีทั้งกรดอะมิโนน้ำตาล วิตามิน และกรดอินทรีย์รวมทั้งส่วนของรากพืช ที่กำลังสลายตัวอยู่นั้นจะเป็นแหล่งพลังงานที่สำคัญที่ทำให้เชื้อดังกล่าวเจริญเติบโตและเพิ่มจำนวนอย่างมากมาย
ได้ การเจริญเติบโตและการตรึงไนโตรเจนของเชื้อนอกจากจะใช้สารที่ขับออกมาจากรากพืชแล้ว แบคทีเรียยังต้องการสารอินทรีย์อื่น ๆ เพื่อใช้เป็นแหล่งของพลังงานอีก ดังนั้นการเติม อินทรียวัตถุต่าง ๆ ลงไปในดินก็จะช่วยทำให้มีการตรึงไนโตรเจนสูงขึ้นด้วย โดยปกติการเพิ่มจำนวนของแบคทีเรียจะเพิ่มจำนวนได้มากในอุณหภูมิระหว่าง 20 - 45 °C และจำนวนแบคทีเรียจะลดลงถ้าอุณหภูมิมากกว่า 45 °C อุณหภูมิต่ำสุด สำหรับการเจริญเติบโตของแบคทีเรียส่วนใหญ่จะอยู่ที่ 14 °C

อุณหภูมิที่เหมาะสมแก่การดำรงชีวิตของเชื้ออะโซโตแบคเตอร์ทั่วไปจะอยู่ที่ประมาณ 32 °C เชื้อแบคทีเรียชนิดนี้ทนอุณหภูมิ 50 °C ได้นาน 10 นาที และจะตายลงเมื่ออุณหภูมิสูง 60 °C นาน 10 นาที

จุลินทรีย์

จุลินทรีย์ในดิน ประโยชน์ของจุลินทรีย์ในดินที่มีผลต่อพืช

ดินเป็นแหล่งที่มีจุลินทรีย์อยู่มากมาย  หลากหลายชนิดในธรรมชาติ
ทั้งที่มีประโยชน์ต่อมนุษย์และต่อพืชผักต่าง ๆ  ตัวอย่างเช่น แบคทีเรีย เชื้อรา แอกติโนไมซีต และสาหร่าย

จุลินทรีย์เป็นรา….หรือราเป็นจุลินทรีย์?
หลายคนคงสงสัยกับคำถามนี้ว่าตกลง  ราเป็นจุลินทรีย์หรือจุลินทรีย์เป็นรากันแน่ ?
ก่อนอื่นทุกคนคงทราบกันดีนะครับ  ว่าสิ่งมีชีวิตบนโลกของเรานี้  มีอยู่มากมายหลายชนิด รา ก็เช่นกัน
ก่อนอื่นเรามาทำความรู้จักกับทั้งสองคำนี้กันก่อนนะครับ เริ่มที่ “ จุลินทรีย์ ” คือ
สิ่งมีชีวิตที่มีขนาดเล็กมากที่อาศัยอยู่บนโลกใบนี้และไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่าได้จึงต้องใช้กล้องจุลทร
รศน์ในการส่องดูนั่นเอง ส่วน “ รา ”
เป็นสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กซึ่งสามารถเจริญเติบโตได้ในรูปของเส้นใยหลายเซลล์ที่เรียกว่า ไฮฟา
จะเห็นได้ว่าคำสองคำนี้มีความเกี่ยวข้องกัน สรุปง่าย ๆก็คือ รา เป็นหน่วยย่อยของจุนลินทรีย์ คล้ายกับ
จุลินทรีย์เปรียบสเมือนจังหวัด ส่วน รา ก็คือ อำเภอนั้นเอง สิ่งมีชีวิตบนโลกใบนี้ล้วนมีความเกี่ยวข้องกันทั้งนั้น
เพราะจุดเริ่มต้นของสิ่งมีชีวิตก็คือ “เซลล์” ดังนั้น รา ก็คือจุลินทรีย์ชนิดหนึ่งนั่นเอง …...
“คำถามที่คนส่วนใหญ่สงสัยเป็นจุดเริ่มต้องของการสร้างองค์ความรู้ใหม่ ๆ ให้กับตนเอง และส่งต่อให้ผู้อื่น”
….. ตอนนี้ทุกคนคงรู้และเข้าใจแล้วนะครับว่า “ราเป็นจุลินทรีย์”….
ซึ่งหน้าที่หลักของจุลินทรีย์ในดิน คือ ทำหน้าที่ย่อยสลายอินทรีย์สารให้กลายเป็นอินทรียวัตถุในดิน
ดินที่พบอินทรียวัตถุสูงจะมีความอุดมสมบูรณ์สูงเพราะอินทรียวัตถุเป็นแหล่งของธาตุไนโตรเจน และธาตุอื่น ๆ
ให้แก่พืช โดยจะปล่อยธาตุอาหารดังกล่าวออกมาให้พืชใช้ประโยชน์อย่างช้า ๆ
ในบทความนี้จะพูดถึงเฉพาะแบคทีเรีย ในแบคทีเรียหลายชนิดมีความสามารถในการตรึงไนโตรเจนได้
การตรึงไนโตรเจน คือ
การเปลี่ยนแก๊สไนโตรเจนในอากาศมาเป็นสารประกอบเพื่อใช้ประโยชน์ให้กับตัวของจุลินทรีย์เอง
และจุลินทรีย์ก็จะปล่อยออกมาให้พืชใช้ประโยชน์ นอกจากนี้ สารเหนียวต่าง ๆ
ที่แบคทีเรียสังเคราะห์ขึ้นยังสามารถช่วยให้อนุภาคของดินเกาะกลุ่มเป็นเม็ดดินและเกิดโครงสร้างดิน